วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

การเกษตรระดับตำบลหนองใหญ่

สภาพพื้นบ้านทางเศรษฐกิจ  สังคมและสิ่งแวดล้อมของชุมชน


ข้อมูลทางด้านศักยภาพ
                ที่ตั้ง  และอาณาเขต
                   ตำบลหนองใหญ่ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอปราสาท  ห่างจากที่ว่าการอำเภอ  9  กิโลเมตร  และห่างจากจังหวัดสุรินทร์  38  กิโลเมตร
                   ทิศเหนือ          ติดต่อกับตำบลตาเบา อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ 
                   ทิศใต้              ติดต่อกับตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ 
                   ทิศตะวันออก    ติดต่อกับตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ 
                   ทิศตะวันตก      ติดต่อกับตำบลบ้านพลวงและตำบลโคกสะอาด  อำเภอปราสาท  จังหวัดสุรินทร์ 
สภาพภูมิศาสตร์ 
      สภาพพื้นที่เป็นที่ราบประมาณร้อยละ  80  ใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร  คือการทำนา  และที่อยู่อาศัย สภาพพื้นที่แหล่งน้ำ เช่น หนอง บึง ห้วย ชลประทานขนาดเล็ก อยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ  ประมาณร้อยละ  5  นอกจากนั้นเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ของตำบล  มีป่าทำเลหนองใหญ่  อาณาเขตติดกับบ้านกระวัน  บ้านปลัด  บ้านหนองตาตึงและบ้านหนองใหญ่  ร้อยละ  15  ซึ่งเดิมเมื่อประมาณ  20  ปีที่แล้ว  ชาวบ้านได้มีการบุกรุกเพื่อใช้เป็นที่ทำนา  ต่อมาสภาตำบลปรือ  อบต.หนองใหญ่ปัจจุบันได้มีการหวงห้ามและขุดลอกคลองรอบป่าทำเลเพื่อไม่ให้ทำการเกษตรในที่บุกรุก  แล้วได้มีการปลูกป่าทดแทน  ส่วนใหญ่เป็นธรรมชาติและป่ายูคาลิปตัส  ซึ่งยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ประมาณ   1,500   ไร่
ด้านสาธารณูปโภค
โทรศัพท์
การติดต่อสื่อสารส่วนใหญ่จะใช้บริการไปรษณีย์อำเภอปราสาทโทรศัพท์ติดต่อตามหมู่บ้านและโทรศัพท์มือถือ  จะมีคู่สายครบทุกหมู่บ้าน  จำนวน  16  หมู่บ้าน  แต่ส่วนใหญ่จะติดตั้งโทรศัพท์เฉพาะผู้นำหมู่บ้านหรือผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีประมาณร้อยละ  20  ของครัวเรือนทั้งหมด
ไฟฟ้า
ตำบลหนองใหญ่มีไฟฟ้าเข้าถึงทุกหมู่บ้านและทุกหลังคาเรือนบางหมู่บ้านมีไฟฟ้าตามถนนสาธารณะด้วย
1    แหล่งน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค
1.1  ประปา  หมู่บ้านที่มีระบบน้ำประปาเพื่ออุปโภค คือ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 11, 13  จำนวน  9  หมู่บ้าน  โดยผลิตจากน้ำบาดาล  แต่ส่วนมากประปาจะมีการชำรุด  ชาวบ้านจะมีการใช้น้ำบ่อบาดาล  และบ่อน้ำตื้นที่มีอยู่ในหมู่บ้าน
1.2   จากบ่อบาดาลส่วนตัว  โดยมีการติดตั้งปั๊มน้ำเพื่อนำมาใช้ในครัวเรือนประมาณร้อยละ  60  ของครัวเรือนทั้งหมด  นอกนั้นจะใช้น้ำตื้นหรือหนองน้ำสาธารณะร้อยละ  5%
           2.   แหล่งน้ำเพื่อการบริโภค
                 2.1  ส่วนใหญ่จะใช้น้ำฝน  โดยมีโอ่งซีเมนต์กักเก็บน้ำไว้ให้ตลอดปี
                 2.2  จากบ่อน้ำตื้น  เกษตรกรบางส่วนไม่มีน้ำฝนเพื่อบริโภคตลอดปีจะใช้น้ำจากบ่อน้ำตื้นมาบริโภคโดยจะมีบ่อน้ำตื้นที่สามารถใช้ดื่มได้มาบริโภคต่อไปจนถึงฤดูฝน 
ข้อมูลด้านชีวภาพ
                พันธุ์พืชที่ปลูก/ พันธุ์สัตว์เศรษฐกิจ
                ข้าว  เกษตรกรมีการปลูกข้าว  พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ  105  ร้อยละ  98  ของพื้นที่การปลูกข้าว  ส่วนใหญ่ที่เหลือจะเป็นข้าวพันธุ์  ก.ข. 15   และข้าวพันธ์พื้นเมือง
             เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวโดยอาศัยน้ำฝนประมาณร้อยละ  98%  ของพื้นที่และใช้น้ำจากพื้นที่ต่าง ๆ ประมาณ  2%  ของพื้นที่ๆ  ได้รับน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีอยู่ พันธุ์ข้าวที่ใช้  คือ  พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ  105  เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ดอนประมาณร้อยละ  98  ส่วนพันธุ์อื่น ๆ  เช่น  พันธุ์  กข.15  ข้าวตาแห้งและพันธุ์ข้าพื้นเมืองอื่น ๆ  ร้อยละ  2  ของพื้นที่การเตรียมดิน  เกษตรกรมีการใช้รถไถนาเดินตามคิดเป็นร้อยละ  95  ใช้ควายในการเตรียมดินร้อยละ  5  วิธีการปลูก  เกษตรกรนิยมการทำนาหว่าน  ร้อยละ  75  ปักดำ  ร้อยละ  25  ของพื้นที่                 
 การปฏิบัติดูแลรักษา                 
       หลังจากที่เกษตรกรได้ปักดำหรือหว่านข้าวไปแล้วเกษตรกรก็จะใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อในแปลงนามีน้ำปุ๋ยที่ใช้ส่วนใหญ่ใช้ปุ๋ยเคมี  โดยในนาดำเกษตรกรจะใช้ปุ๋ยประมาณ  10  20  กก./ไร่  อัตราการใช้ในนาหว่าน  20  30 กก./ไร่  และเกษตรกรมีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์,ปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยหมักชีวภาพเป็นบางส่วนเพื่อปรับปรุงพื้นที่ในหมู่บ้านที่ทำเกษตรอินทรีย์  ประมาณร้อยละ  15  ของครัวเรือนเกษตรกร              
การป้องกันกำจัดศัตรูข้าว                 
        เกษตรกรส่วนใหญ่ประมาณ  90%  จะไม่มีการใช้สารเคมีกำจัดโดยวิธีกล  เช่น  จะทำลายส่วนร้อยละ  10  เกษตรกรจะมีการใช้ยากำจัดศัตรูพืชในนาข้าวในระดับที่ศัตรูพืชระหดรุนแรง                 
การเก็บเกี่ยว                
        เกษตรกรจะมีการเก็บเกี่ยวข้าวในระยะพลับพลึง  ต่อเนื่องจากพันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูกส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ข้าวหอมมะลิ  เกษตรกรจะมีการเก็บเกี่ยวพร้อม ๆ  กันโดยใช้รถเกี่ยวนวด ร้อยละ  80  ใช้แรงงานเก็บเกี่ยว ร้อยละ 20             
 การนวด                 
       เกษตรกรร้อยละ  20 ใช้เครื่องนวดข้าว              
 การเก็บเข้าฉาง                
       นวดข้าวเสร็จเกษตรกรร้อยละ  65  จะเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางรอจำหน่าย  นอกนั้นจะขายทันทีเนื่องจากมีภาระหนี้สิน
ไม้ผล   ส่วนใหญ่เกษตรจะปลูกมะพร้าวและมะม่วงส่วนไม้ผลอื่น ๆ  ก็จะปลูกรองๆ ลงมา  โดยลักษณะการปลูกจะปลูกบริเวณบ้าน
หม่อนไหม   จะมีการปลูกหม่อน  และเลี้ยงไหมแบบการเลี้ยงไหมพื้นเมืองอยู่บ้างประมาณร้อยละ  5  ของครัวเรือนทั้งหมด  จะมีการเลี้ยงไหมพันธุ์พื้นบ้าน  ไหมเหลืองเป็นส่วนมาก  และเลี้ยงปีละ  4 -5  รุ่น/ปี
พืชผัก   เกษตรกรมีการปลูกพืชผักไว้บริโภคในครัวเรือน และมีการจำหน่ายพืชผักบางส่วนๆ  เหลือจากการบริโภคเพื่อเป็นรายได้เสริม
ด้านสัตว์   เกษตรกรจะมีการเลี้ยงโคร้อยละ  65  ของจำนวนครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ  2  -  3   ตัว  นอกจากนี้ก็เลี้ยงไก่พื้นเมือง  กระบือและสุกรตามลำดับ
                ปลา   เกษตรกรจะขุดบ่อเลี้ยงปลาไว้ตามไร่นาเพื่อดักปลาธรรมชาติและปล่อยปลาในหนองน้ำสาธารณะ   มีการจับปลาปีละ  1  ครั้ง  และอาศัยแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อล่อปลาธรรมชาติ
                เกษตรกรมีการเลี้ยงสัตว์    1,250   ครัวเรือน
                -  โค  จำนวน   3,570   ตัว  คิดเป็นร้อยละ  75  ของครัวเรือน
                -  กระบือ  จำนวน   620  ตัว  คิดเป็นร้อยละ  25   ของครัวเรือน
                -  ไก่พื้นเมือง  เกษตรกรร้อยละ  75  จะเลี้ยงไก้พื้นเมืองโดยจะเลี้ยงแบบปล่อยแบบธรรมชาติไม่ได้เลี้ยงเป็นอาชีพ
                -   ปลา   เกษตรกรร้อยละ  60  จะมีการขุดบ่อในนาเพื่อเลี้ยงปลาแต่ส่วนใหญ่จะเป็นบ่อล่อปลาเลี้ยงปลาธรรมชาติ  เมื่อถึงฤดูแล้งก็จะสูบน้ำออกจับปลาเพื่อบริโภคหรือขายครั้งเดียว